เพราะรัก
Osaka 7 วัน
lek's new car
26th BD
ย้ายบ้าน
dark blue smokey
3.75 pounds
used to
Starbucks
18 C
working woman
reported sick
Osaka
ส่งท้ายปีเก่า
T-rak's Saxophone
snow in Frankfurt
Merry Christmas
5 days in Doha
ข้าวมันไก่
Tag ♥ Behind My Diary
Munich : ย่างเข้าคริสมาส
วันพ่อ
จำศีลต่อ..
ตั้งใจ
จับจ่ายใช้สอย
stuck
slide
ความในใจที่มีให้เล็ก
fly wonderwall
vacation
โอซาก้า
วันที่เล็ก จดทะเบียนสมรส
Vintage Clothing : Beyond Retro
ice-tim กระต่าย
Zurich,Monnat และใบไม้ร่วง
Live from Roma
Heidelberg
ทำเบอเกอร์
เจคะ
ร้าน Noon Wonderwall*
เที่ยว Tunis
Zurich 1
Zurich 2
Zurich3
Morrocco
Greece 1
New York1
New York2
Seyshells
มัลดีฟ 1
มัลดีฟ 2
New York3
Munich1
Munich2
Rome1
Rome
Rome2
London
London2
Paris
Paris2
Nepal
Frankfert
Berlin
Nirobi:Kenya
South Africa
Geneva
Vienna






 

Tag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My Diary

 

Tag 9829 Behind My Diary
love in Chicago ...

 

Tag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My Diary


 
ได้รับ Tag จากพี่หนูนาค่ะ เป็น Tag ที่ยากจริงๆ บางข้ออาจจะตอบไม่ได้นะคะ :)

1. คุณเริ่มเขียน Diary ตั้งแต่วัน เดือน ปี ไหน

เขียนมานานมากๆแล้วขอระลึกชาติก่อนนะ เริ่มเขียนครั้งแรกที่ storythai.com ใช้ชื่อว่า wonderwall ตั้งแต่สมัยอยู่มหาลัยปี 2 มาเขียนด้วยคำแนะนำจากหวานเพื่อนซี้ หวาน sweety เขียนมาก่อนเราจนเห็นเพื่อนเขียนแล้วตอนนั้นมีความอัดอั้นอยากระบายเลยไปเขียนไดอารี่ แล้วก็ติดเรื่อยมาก กะปี พ.ศ.ก็น่าจะสัก 2544 เหมือนพี่นาน่าน่ะค่ะ

จากนั้นก็เลิกเขียนไดอารี่ไปสักพักไม่ใหญ่ เหมือนจะต้องอ่านหนังสือหนัก หรือมีเรื่องอะไรสักอย่าง จากนั้นพอ diaryclub เปิด เราก็ย้ายมาเขียนตั้งแต่ไดคลับเปิดแรกๆเลย คงจะสักปี 2546 แหละค่ะ สรุปอายุการเขียนไดอารี่มาในชีวิตก็ 7 ปีเต็มแล้วค่า

2. ไหนละลิงค์ Diary ของคุณ ทำไมถึงตั้งชื่อนี้

ที่ storythai ชื่อ wonderwall เพราะว่าตอนนั้นกำลังเปิดเพลง wonderwall ของ Oasis อยู่ จริงๆไม่ได้เป็นแฟนเพลง oasis หรอกแต่ว่าพอดีเห็นเพื่อนสนิทมันชอบ oasis มาก ติดตามทุกอย่าง เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็เลยหามาฟังบ้าง จะตั้งชื่อไดก็เอาชื่อนี้แหละ อยู่ดีดีก็ผุดขึ้นมา

ที่ diaryclub ชื่อ wonderwall เหมือนกันค่ะ เพราะชินแล้ว แล้วใครๆก็เรียกประมาณว่า "นุ่นไหนนะ" " นุ่น wonderwall ไง" คือพอนุ่นแล้วต่อ wonderwall ในไดอารี่ก็จะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วว่าคืออิชั้นเองค่ะ ไม่ต้องมีการบรรยายต่อ :)

3. ตอนแรกที่คุณเขียน Diary ชื่อตอนอะไร

ขอโทษจริงๆค่ะจำไม่ได้เลย กดเปิดไปดูไม่ไหวมันนานมันเยอะเกิน

4. ถ้าไม่นับตอนนี้ คุณเขียน Diary รวมมาแล้วทั้งหมดกี่ตอน

ก็ประมาณหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยตอนค่ะ !!
ล้อเล่นนนน จำไม่ได้ค่ะ ฮือ ๆมีวิธีนับแบบง่ายๆมั้ยคะ โง่เรื่องคอมๆค่ะ

5. อะไรดลจิตดลใจ (หรือเข้าสิง) ให้คุณเขียน Diary ล่ะ

ก็เหมือนกับตอนแรกแอบไปปิ๊งใครมั้ง ตามประสา พัพพี้เลิฟแต่แบบว่าแนวเพื่อน บอกก็บอกไม่ได้อัดอั้นตันใจ แถมเค้าก็ไม่สนใจเรา ก็เลยระบายโดยการเขียนไดมันซะเลย เลยมีไดอารี่เป็นเหมือนส้วมไว้ระบายอารมณ์อัดอั้น ประกอบกับช่วงอิชั้นปีสองเรียนท่าพระจันทร์ บรรยากาศพาไป ติสแตกมาก เวลาเขียนอะไรก็จะออกติสๆ รูปก็ไม่ค่อยจะมีมาประกอบหรอกเพราะไม่มีกล้องดิจิมอน แต่ก็เน้นเขียนค่ะ พอมาไดคลับมีกล้องดิจิมอนเป็นของตัวเองแล้วก็เน้นลงรูป ถ่ายรูปเล่นค่ะ แต่พอเวลาผ่านไปรูปก็หายๆ แง๊ว ซวยเลย เพราะไปฝากรูปที่เวบฝากรูป หลายเวบเจ๊งกะบ๊งไปแล้วว

6. เดือน/ปี/ ไหน ที่คุณ เขียน Diary น้อยที่สุด

เขียนเรื่อยๆเป็นนิจสินค่ะ

7. เดือนปีไหน ที่คุณเขียน Diary มากที่สุด

อืมม เรื่อยๆค่ะไม่มากสุดค่ะ

8. คุณชอบตอนไหนที่คุณเขียนมากที่สุด เพราะอะไร

เรื่องจดหมายถึงพ่อค่ะ เพราะเป็นวันพ่อ แล้วปกติกับพ่อเราไม่ค่อยพูดไรแบบนั้นแต่เราเป็นคนเขียนบรรยายอะไรได้เก่ง วันนั้นเขียนไดเรื่องจดหมายถึงพ่อแล้วเสร็จแล้วก็เอาที่เขียน ออกมาเป็นกระดาษแล้วก็ไปวางให้พ่ออ่าน รู้สึกดี เลยชอบตอนนี้ค่ะ

9. ปกติในตอนหนึ่ง ๆ ใช้เวลาเขียนนานเท่าไร

สมัยก่อนห้าถึงสิบนาทีก็เสร็จค่ะ เดี๋ยวนี้ไปเที่ยวทีถ่ายรุปมาทีก็ร้อยกว่ารูป กว่าจะทำเสร็จก็เป็นครึ่งชั่วโมงไปจนถึงชั่วโมงนึงแน่ะ เฮ้อๆๆนานเนอะ

10. ลองเล่าพัฒนาการเขียนและตกแต่ง Diary ของคุณให้ฟังหน่อยซิ

สไตล์การเขียนสมัยก่อนจะมีศิลปะกว่านี้คืออย่างที่บอกคือติสแตก เข้าใจยาก พูดตรงมาก จนน่ากลัว กลุ่มเป้าหมายที่มาอ่านคือออกแนวๆหน่อย แต่พอไปสักพักหลังเรียนจบ สไตล์การเขียนจะแนวสาวทำงานที่มีชีวิตปกติแต่แอบมีความพิเศษกว่าคนอื่นคือมีความคิดลับๆบางอย่าง เน้นความสุขในจินตนาการจากชีวิตสาวทำงาน คนเดินดิน ไม่ใช่คนพิเศษอะไรแต่แอบมีความโรแมนติคในหัวใจ :p มีการลงรูปมากมาย จากนั้นสองปีที่ผ่านมาไดอารี่ก็มีสีสันมากคือเน้นการเที่ยวตามประเทศต่างๆหลังจากได้เป็นแอร์ มีพัฒนาการด้านการแต่งตัว แต่งหน้า กินเที่ยว ช้อบ แต่ที่หายไปคืออารมณ์ศิลปินแบบตะก่อน ความติสแตกหายไป ความเข้าใจยากหายไป กลับกลายเป็นบางครั้งก็กลัวว่าตัวตนของเราจะหายไป ความอ่อนโยนแบบเด็กๆหายไป มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สมัยก่อนบ่อยครั้งที่ถามตัวเองว่าชีวิตเราต้องการอะไร แต่ในวันนี้กลับไม่มีคำถามแบบนี้เลยสักครั้ง มีแค่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ตั้งเป้าหมายแทน

11. ตอนไหนที่มีคนเข้ามาเม้นท์มากที่สุด.. คุณคิดว่าอะไรจึงมีคนเข้ามาเม้นท์ตอนนี้มากที่สุด

ตอนสมัคร AF4 ค่ะแล้วชาวไดช่วยโหวตจนอิชั้นได้เข้ารอบ 50 คน อัตราการเข้าชมและการเม้นกระจายมาก วันนึงเกิน 100 comments เลยทีเดียว

12. ถ้าเกิดอยู่ดี ๆ เวป Diary ของคุณเกิดหายไปล่ะ

เศร้าค่ะเสียดาย

13. คุณแบ็คอัพ Diary ของคุณไว้ไหมอย่างไร

เคยไรท์ไว้ครั้งนึงค่ะสั่นเป็นซีดีค่ะ

14. ถ้าให้ Diary เป็นญาติของคุณคนหนึ่ง คุณอยากให้เค้าเป็นอะไร
และอยากเรียกเค้าว่าอะไร

เป็นฝาแฝดกันเลยล่ะ นุ่น vs wonderwall

15. เขียนบอกอะไรกับ  Diary ของคุณหน่อยสิ

ไม่คิดเลยว่าเธอจะอยู่ทน มากันชั้นนานขนาดนี้ เจ็ดปีแล้ว แล้วนี่เธอจะอยู่แบบนี้ต่อไปจนชั้นแต่งงานมีลูกเลยไหม จริงๆเธอก็อยู่กับชั้นมาตั้งแต่ชั้นเรียนจนเรียนจบหางาน ทำงาน เปลี่ยนงาน แล้วต่อไปนี้ก็อาจจะมีเรื่องราวต่างๆที่เธอต้องรับฟังต่อไปนะ :)

 

ส่งต่อ 5 คนค่ะ

 

http://demonangle.diaryclub.com เหมียว
http://sweety.diaryclub.com หวานผู้ชักนำ
http://mytoonhua.diaryclub.com พี่ก้อย
http://smoothiegirl.diaryclub.com พี่จิ
http://jojocute.diaryclub.com พี่โจโจ้

 

 

Tag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My Diary

 

อะแฮ่มๆ แล้วก็มาต่อที่อาหารชวนเรียกน้ำย่อยหน่อยค่ะ วันก่อนอยู่คนเดียวเลยทำทาน เนื่องจากคุณชายบอกว่าให้เอาลูกแพร์มาทำน้ำซอสหมักกับเนื้อแต่เราขี้เกียจ จำได้ว่าเคยซื้อซอสนี้ที่ซุปเปอร์เกาหลีกับน้านิวของหลานอาร์นี่ที่ลอนดอน เหลืออยู่นิดหน่อยเลยเอามาหมัก

 

Tag 9829 Behind My Diary

1. เตรียมเนื้อติดมันหน่อย

Tag 9829 Behind My Diary

2. หมักกับซอส

ซึ่งคนที่หาซอสไม่ได้สามารถทำตามสูตรคุณชายได้ดังต่อไปนี้นะคะ

"ซอสกาลบี้Kalbiทำเองได้นะ ส่วนผสม"

1. ลูกแพร์ปั่นให้เป็นน้ำ
2. ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น (โชยุ)
3. น้ำมันงา (นิดเดียวนะ เดี๋ยวฉุน)
4. น้ำตาล
5. พริกไทยป่น
6. เม็ดงาขาว
ใช้หมักเนื้อติดribsทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วเอามาย่างหรืออบก้อได้...

Tag 9829 Behind My Diary

3. โรยงาขาวด้วย

 Tag 9829 Behind My Diary

3.Sojasauce

Tag 9829 Behind My Diary

4. พริกไทยป่น

Tag 9829 Behind My Diary

5. ไม่มีน้ำมันงา เอาน้ำมันมะกอกแล้วกันนะคะแก้ขัดไปก่อน

Tag 9829 Behind My Diary

6. หมักทิ้งไว้ข้ามคืนใส่ตู้เย็นไว้ก็ได้ค่ะ

Tag 9829 Behind My Diary


7. ไม่มีกระทะย่างตั้งโต๊ะก็ต้องยืนกินแบบนี้แหละ กินกับมะเขือเทศ

Tag 9829 Behind My Diary

8. ฟู่ๆ หนาวๆกินอะไรร้อนๆดีนักแล

 

Tag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My DiaryTag 9829 Behind My Diary

 

 

 

next dish >> ข้าวมันไก่

 

 

 

     Share

<< Munich : ย่างเข้าคริสมาสข้าวมันไก่ >>

Posted on Thu 13 Dec 2007 14:05
เพิ่งมาอ่านไม่นาน

แต่นู๋อยากอ่านที่พี่เขียนตอนแรกไที่บอกว่าติสตแกอ่ะค่า

ประมานไหนหรอ
Fin3   
Sun 23 Dec 2007 13:55 [3]

น่าสนใจดีครับ นึกว่าแฟน เพลง โอเอซิส เสียอีก เพราะเพลงๆ นี้แหล่ะที่ทำให้ผมรู้จักกับวงดนตรีกลุ่มนี้ ^__^
blueblurryeyes   
Thu 13 Dec 2007 17:10 [2]

เหมือนได้กลิ่นหอมฉุยออกมาจากจอคอมพิวเตอร์เลยค่ะ แต่ขอเปลี่ยนเป็นเนื้อหมูละกันนะคะ หอมมั่กๆเลยค่ะน้องนุ่นคนสวย
แตงกวาดอง   
Thu 13 Dec 2007 17:01 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh