<< November >>

S

M

T

W

T

F

S

26 

27 

28 

29 

30 

31 

3 

4 

6 

9 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>

make up จาก Frankfurt
Layover in youtube
กำลังใจให้น้องนท
เรื่อยเปื่อย
Manchester & new hotel
ดุลยภาพ
กลับจากฮ่องกง
รอ
กวางเจา
เสิรฟ Donald Trump บนเครื่อง
summer look
ดอกไม้จากลอนดอน
หนูน้อยหมวกแดง
Zurich : ตามล่าหา Breitling
smooties' lover
Frankfurt with Meaw*
happiness is..
Hongkong
short message..
hungry
in her eyes
บวม
เพราะรัก
Osaka 7 วัน
lek's new car
26th BD
ย้ายบ้าน
dark blue smokey
3.75 pounds
used to
Starbucks
18 C
working woman
reported sick
Osaka
ส่งท้ายปีเก่า
T-rak's Saxophone
snow in Frankfurt
Merry Christmas






 

 

 

hungry

 
 
ตอนนี้อยู่ที่แฟรงเฟิร์ต มีความรู้สึกหิวมากเนื่องจากตั้งแต่เช้าก็ขี้เกียจออกไปไหน เมื่อวานนี้มาถึง ตอนที่คุณชายหลับเราเองก็ออกไปหาอะไรกิน กะว่าจะไปซื้อของกินที่ super market แต่พบว่ามันย้าย หิวมากเลยทนไม่ไหวที่จะเดินหา เลยกินกระเพราเป็ดย่างที่ร้าน Asia Snax Box อีกแล้ว ทุกครั้งที่ไปก็เจอลูกเรือการบินไทยเช่นเคย แต่ก็ไม่ได้ทักทาย ไม่ค่อยได้อัพเดทไดอารี่เลย เหมือนไม่ใช่ไดอารี่แล้วแต่ก็เพราะขัดข้องด้วยเหตุผลหลายๆประการทั้งมวล ตอนนี้มาที่นี่ก็เลยได้ต่ออินเตอร์เนต ได้เขียนไดอารี่ได้โทรหาที่บ้านบ้างก็สบายใจ ได้คุยกับแม่ คราวก่อนก็ต้องให้คุณชายโทรแทน แล้วสอบถามเอาทางเค้าแทน ดีใจที่ทางบ้านเข้าใจในความขัดข้องทั้งปวง ช่วงนี้เป็นห่วงน้องเป็นที่สุดเพราะอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ เป็นช่วงเปลี่ยนของโชคชะตา แล้วก็ขึ้นอยู่กับกำลังใจของน้องเอง ซึ่งที่บ้านก็เอาใจช่วยอยู่แล้ว ทั้งพ่อกับแม่ เข้าใจความรู้สึกของน้องว่า ก็ต้องเครียดทั้งกับคนรอบข้างและกับตัวเอง แต่จริงๆแล้วคนที่บ้านก็ห่วงความรู้สึกของน้องมากที่สุด แล้วก็อยากให้น้องได้รับสิ่งที่ดี ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ในที่ที่น้องชอบ ... ตั้งแต่กรุงเทพเปลี่ยนไปเป็น classic service เราก็ไม่เคยได้บินกลับกรุงเทพแบบเมื่อก่อนอีกเลย พอคิดถึงที่บ้านก็พอทนแต่ก็กลัวว่าเขาจะคิดถึงเราเลยทำให้ก็ค่อนข้างเศร้า พอเดือนนี้ตารางออกมาก็กะว่าจะได้วันหยุด 3 วันกลับบ้าน แต่มันออกมาเป็นให้วันหยุดสามวันก็จริงแต่ต่อจากตอนเรากลับจาก Frankfurt ทันทีเลย ทำให้เราไม่ได้ขอ exit permit ก่อนมานี่ พอแบบนี้แล้วเวลาที่จะกลับก็เสียไปหนึ่งวันเต็ม ถ้ากลับก็จะได้อยู่ไทย 24 ชั่วโมง โทรหาแม่มาวันนี้แม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร ขอให้โทรมาก็ยังดี ... ส่วนคุณชายตอนนี้ก็ใกล้สอบมิดเทอม กำลังเครียดหนักเพราะต้องอ่านเยอะ ก็ได้แต่เอาใจช่วย เค้าก็พยายามให้เราเตรียมสอบ ฟิตอ่านพวก GMAT ก็ได้อ่านไปบ้างแต่คงต้องหัดทำให้เรื่อยๆ คิดว่าจะไม่ได้สอบในเวลาอันใกล้นี้ แต่ว่าก็จะแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองที่เป็นคนคิดช้าทำช้า ก็ต้องทบทวนก่อนให้มั่นใจ พอมั่นใจก็จะทำเร็วกว่าเดิม ตอนนี้อ่านไปก็เหมือนกลับไปทำเลขมอปลายอีกครั้งแต่ง่ายกว่านั้น
 
 
 
 
hungry
 
hungry
 
 
 
 
ตอนนี้ดีใจกับเจเจด้วยที่กำลังจะเริ่มเรียน MBA ที่ CU แล้วหลังจากทำ SET มาสามปีกว่า ขอบคุณมากที่ส่งอีเมลมาอัพเดทข้อมูลเสมอ ตอนนี้เราเองก็ทำเท่าที่ทำได้นะ ช่วงนี้ก็ต้องพยายามประหยัดอย่างที่ว่า นอกจากเรียนแล้วก็ต้องเผื่ออย่างอื่นอีกหลายอย่างเพราะว่าถ้าเรียนแบบเต็มวันช่วงที่เรียนก็จะขาดรายได้ แต่ถ้าทำงานไปด้วยก็อาจจะกระทบกับการเรียน ก็ต้องวางแผนดูกันไป หวังว่าสิ้นปีนี้ เราจะทำได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ หรือไม่อย่างนั้นก็หวังว่าจะทำให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นเราจะได้อยู่กับคนที่เรารัก ทำหน้าที่ของตัวเองได้เจอพ่อแม่ด้วย แล้วเราก็พยายามเพื่ออนาคตของเราด้วย เพื่อคนที่เราจะมีอนาคตร่วมกันเขาด้วยในอีกส่วนนึง ถ้าถึงเวลาที่เราต้องกลับไปเรียน แต่เราไม่พร้อม เราก็คงจะต้องยอมที่จะลำบากแล้วก็เรียนเพราะเราไม่อยากจะเสียเวลามากไปกว่านี้อีกแล้ว อีกหนึ่งปีจะเป็นเวลาที่เราจะให้กับตัวเอง จะต้องทำให้ได้ ให้ได้เลยนะ งึม สู้เว้ย เรารู้สึกเหมือนกับว่าเราดึงเวลาของชีวิต ที่เราจะได้เห็นโลก ในวันที่เรามีเงินแล้วในอนาคต มาทำงานนี้ ได้เห็นโลก ได้มีเงินมากกว่าที่เคยมีอยู่มากมาย มีชีวิตหลายอย่างที่แตกต่างไป เมื่อถึงเวลาที่เราพอกับตรงนั้นแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะต้องอดทน แล้วก็กลับสู่โลกของความเป็นจริง จากนี้ไปหลังจากเรากลับไปไทยแล้วเราแน่ใจว่าเราคงจะไม่สบายหรอก แต่ก็ไม่กลัวเท่าไหร่เพราะเมื่อก่อนก็อยู่ได้ ก็คงจะทำใจให้ได้ก่อนที่จะกลับไปแบบเดิม
 
 
 
 
hungry
 
hungry
 
 
 
 
 
ไดอารี่วันนี้ค่อนข้างดูเครียดสักหน่อย แต่ว่าก็เพราะมีช่วงเวลาที่นั่งทบทวนเรื่องต่างๆโดยเฉพาะชีวิต แล้วก็เรื่องความรู้สึก คิดถึงคนที่เรารักแล้วเขาก็ทำอะไรเพื่อเรามามากมาย บางครั้งคนเราก็คิดถึงตัวเองอยู่ทุกวินาที แต่พอคิดว่าเราเป็นเขา และเขาเคยทำอะไรให้เรา รู้สึกอย่างไรกับเราที่ผ่านมา และหวังดีกับเรา ก็เลยรู้สึกว่า ถ้ามีเรื่องที่เราจะทำให้เขาสบายใจบ้างเล็กๆน้อยๆเป็นการตอบแทน ง่าย แต่มีความสุขเพิ่มขึ้น รักษาความรักแล้วก็ความรู้สึก ไม่ให้มันเสียไปก็คงจะดีไม่น้อย มีหนังสือหลายเล่มชอบเขียนประโยคนึง ในอีเมลสมัยก่อนก็มีประโยคนี้ที่มักจะบอกว่า ตราบใดที่เรายังรู้สึกมีความเสียใจกับใครสักคน ก็เพราะเรามีความรัก ยิ่งรักมากก็มีความเสียใจมาก ทำให้เรานึกว่ามันก็จริงเหลือเกิน ยกตัวอย่างในครอบครัว พ่อแม่ดุลูกเพราะรักลูก พอมีความไม่เข้าใจกันทะเลาะกัน จิตใจของคนในครอบครัวทั้งพ่อแม่ลูกที่ไม่เข้าใจกันก็จะเสียใจกันมาก เพราะมีความรักให้กันมากมาย เพราะแคร์ ถึงเสียใจ ... เปรียบเทียบกับผู้โดยสารที่ตอนเราบินมาบ่อยเริ่มนานปี แรกๆพอมีใครที่ทำให้เราเสียใจ เรากลับเสียใจที่ทำไมเขาทำกับเราแบบนี้ เคยร้องไห้ แต่ตอนนี้ พอเราตระหนักว่าเขาไม่ใช่พ่อแม่เรา เราไม่ได้รักเขาแล้วเขาก็ไม่ได้รักเรา เขาจะทำแย่กับเรา เราก็ทำตามสิทธิ์ของเราที่จะทำได้ และหลีกเลี่ยงปัญหา นอกจากนั้นเราก็ปล่อยผ่านไม่เอามาใส่ใจ อย่างมากก็แค่กร่นด่าในใจเพื่อระบายแล้วก็ไม่ได้เอามาเสียน้ำตา น้ำตามีสำหรับคนที่รักเสมอ คนเราจึงเสียน้ำตากับคนที่เรารักมาก บ่อยมากที่สุด เมื่อเราเสียใจเพราะเค้าหรือเมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำให้เขาเสียใจ ยิ่งโต ความเสียใจกับคนรอบข้างในชีวิตประจำวัน น้ำตา ก็น้อยลง แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ที่เป็นคนร้องไห้ง่ายๆ ก็มีเฉพาะกับคนที่เรารัก ลึกๆแล้วคนเราไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
 
 
 
 
...
 
 
 
ps. ADSL ที่บ้านใหม่มาติดแล้วด้วยความจิกของ Mars ตอนนี้โทรสับได้ปกติแล้วว
ps2. ตารางเดือนหน้าบินกับเหมียวเกือบทั้งเดือน ตกใจจริงๆ งงมากมาย ไม่เคยเลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Posted on Wed 27 Feb 2008 21:37


**คอมเม้นท์หน้านี้สำหรับเจ้าของไดอ่านเท่านั้น**

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง