วิวดีมองเห็นคนว่ายน้ำ ...
ตอนนี้อยู่ฮ่องกงค่ะ เดือนนี้มาฮ่องกง 2 รอบเลยทีเดียวเชียว ตอนแรกได้ลอนดอนสองรอบแต่กลับกลายเป็นฮ่องกงมาแทนลอนดอน ที่กะจะไปเจอมาลียา ก็ชวดไป เลยไม่ได้ไปเอาเสื้อรักบี้มหาลัยมาลียา ที่คุณแดกฝากซื้อไว้ เบอร์ XXXXXXXL กับเบอร์ M ของเราเลย ฝากไว้ก่อนแล้วกันนะคะมาลียา ... มาถึงฮ่องกงเมื่อวาน ก็ออกไปข้างนอกเลยหลังจากโทรไปรายงานตัวแล้ว คุณแดกยังหลับอยู่ งัวเงียพูดไม่รู้เรื่องเลย เราเลยบอกว่าจะไปแล้วถือโอกาสออกไปจิมซาจุ่ย ไม่ได้ไปอะไรเลยแต่ว่าไป Sogo จะไปซื้อชอกโกแลต Royce รสแชมเปญกล่องสีเขียว สักสามกล่อง เงินไม่พอไม่ได้แลกมาเลยไปกดเงินเข้าคิดต่อ ATM ยืนอยู่ดีดี ผู้ชายวัยทำงานคนฮ่องกงอยู่ดีดีก็มาแซงเราก็เลยบอก Excuse me ดิชั้นมาก่อนค่ะ แทนที่จะบอก sorry คือมองหน้าคล้ายๆจะด่าในใจ ฮือ ไรว้า มีแบบนี้ด้วย แต่ก็ยืนต่อคิวโดยดี ตอนเรากดก็มีทำเสียงจึ๊จ๊ะด้วย แต่ไม่สนใจ ... กดมาเพื่อพอสำหรับค่าชอกโกแลต แล้วก็ค่ากิน แถมเหลือไว้นิดหน่อยเผื่ออยากได้อะไร
คิตตี้ของโปรดคุณชาย ชอบคิตตี้มาก
แต่พอไปที่ห้างกลับไม่มี Royce นึกได้ว่าคราวก่อนเราไม่ได้ซื้อที่นี่แต่ไปอีกห้างนึงซึ่งต้องนั่ง MRT ไป มีแต่ซุ้ม Godiva ซึ่งหากินได้บนเครื่อง จะหยิบกินมะไหร่ก็ได้ ก็เลยไม่ซื้อ ซื้อขนม Egg Roll ฮ่องกงกลับมา ดันกลายเป็นทองม้วนดีดีนี่เอง แง๊วววว ซื้อของกินกลับมากินเผื่อหิว พอวันนี้คุณแดกง่วงนอนตอนสามที่เวลาที่นู่น เราก็เลยออกไปห้าง Metropolis ที่ติดกับโรงแรม กินข้าวหน้าเป็ดที่ Food Court จนคนขายจำหน้าได้ อร่อยประหยัดดีด้วย ข้าวหน้าเป็ดจานนึงกับชามะนาว 25 เหรียญฮ่องกง ก็ราวๆ 125 บาท งึมๆ ก็โอเคเนอะ ... จากนั้นเงินที่เหลือนำไปซื้อยาแต้มสิวเพราะอยู่ดีดีสิวขึ้นในบริเวณที่ไม่เคยขึ้นมาก่อนคือใกล้ๆมุมปากด้านล่าง (ปกติจะปรากฎบริเวณแก้ม จะเกิดขึ้นทีละเม็ด แต่พอหายก็จะมีเม็ดใหม่มาทดแทนตลอดเวลาเลยพักนี้ แต่สิวอันนี้คาดว่าเกิดจากฮอโมน หรือความสกปรกที่ไม่ได้สระผมมาสองสามวันก็เป็นได้ ทนไม่ได้ ไม่ได้เอายามาเลยต้องไปซื้อ แล้วก็ซื้อบรัชออนสีออกส้มๆของมาจอลิก้า ไม่แพงดี แต่เหมือนไม่ฉลาดที่ซื้อ ทีไปโอซาก้าทำไมไม่ซื้อมาซื้อที่ฮ่องกง ราคาเยน 800 เยน แต่ฮ่องกงขาย 65 ฮ่องกงขาดทุนเห็นๆ แต่ไม่เป็นไรเนอะ อย่าคิดมาก ... ยังไงซะไฟลท์นี้ก็ใช้เงินไปไม่เกิน 2000 บาท คราวก่อนฮ่องกงก็ใช้เงินไป 1000 บาท รวมค่าเนตทุกอย่าง เยี่ยมๆๆ
เบ็ดเตล็ด 1 : เมื่อวานไปถามราคากล้องดิจิตอลดูเล่นๆที่ร้านขายกล้องที่จิมซาจุ่ย คนขายนี่กล้ามาก มาคุยกะลูกค้ามือนึงถือกระดูกไก่ คือไก่ย่างอ่ะ ยืนแทะไปด้วยคุยไปด้วย บอกรุ่นไหนๆ จนกระทั่งจบบทสนทนาก็กินไก่หมดชิ้นพอดี กลิ่นหึ่งเลย -_-'' ร้านที่สอง พูดคำแรก น้ำลายกระเด็นใส่หน้าเต็มๆ กี๊ดดด ฮือๆ ไม่กล้าว่ากระไร หันไปอีกทางเอามือปาดน้ำลายออกจากใบหน้า แง๊ ฮือๆ แม่โทรหาสองรอบเลยรอบแรกนึกว่าเราโทรไปหา รอบสองน้องนั่งให้แม่โทรมาถามว่า ที่ฝากพี่นุ่นฝากพี่แดกบิดแผ่นเปียโน ได้หรือเปล่าขอรับ ก็ได้แล้วนะขอรับแต่ว่าของยังไม่มา จริงๆของก็มาจากฮ่องกงนี่แหละ เง้อ ตัวพี่ก็อยู่นี่แต่ก็ต้องรอ shipping ไปนู่นเพราะบิดจากที่เมกา คนขายแอบบวกค่า shipping เกือบเท่าราคาของเลยนะคับนท
เบ็ดเตล็ด 2 : วันก่อนมาฮ่องกงมีความซวยเกิดขึ้น คือมาศกับเหมียวไม่อยู่ แผนก housing เอาคนมาฉีดแมลงตามบ้าน เคาะแล้วขี้เกียจจะเปิด จนเคาะๆๆแล้วก็เลยเปิด แต่บ้านรกมาก พอเปิดแล้วเราก็บอกไม่ให้เข้า ไม่ต้องฉีดเพราะบ้านรก คนจีนที่เป็นคนแผนก housing ก็หาเรื่องสุดๆ บอกว่า ทำไมมันถึงรกล่ะ แล้วพูดจาสายตาแย่มากกก แย่จริงๆ เพื่อนสาวชาว QR คงรู้ว่าบางคนในแผนกนี้ เฉพาะบางคนนะ เวลาพูดกับพวกเราตอนมาตรวจบ้าน ไม่เห็นจะต้องทำ body language แบบนั้นเลยอ่ะ พอบอกว่ารกก็เข้ามาเลยคราวนี้ แล้วก็บอกว่า ถ้ารกแบบนี้แล้วตอนพวกชั้นมาทำ spot check ล่ะ จะทำยังไง แล้วก็บอกว่า ชั้นจะถ่ายรูป ไม่ไหวละ ชั้นจะถ่ายรูป แล้วก็จัดการเอากล้องถ่ายรูปมือถือ มาถ่ายๆๆๆๆ สิบกว่ารูปได้ พอด่าเสร็จกลับไปแล้วอีก 2 ชม อินเดียก็มา เอาจดหมาย spot check มาด้วยหลังจาก จีน ไปฟ้องแล้ว แล้วก็บอกว่าจะกลับมาอีก 1 week แต่คนนี้พูดจาดี จนเราก็คิดว่าก็อยากจะเก็บ แต่ตอนจีนมาบอกให้เราเก็บเดี๋ยวนั้นเราก็บอกว่าชั้นไม่เก็บ แต่พออินเดียกลับไปเราก็กวาดบ้านเล็กน้อย แล้วก็เก็บอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆเพราะเค้าพูดจาดีมีเหตุผล บางครั้ง เวลาต้องการผลที่ต่างกัน เวลาอีกคนพูดดีดีแล้วก็บอกว่าเราเข้าใจเธอนะ แต่... แล้วก็ให้เหตุผลมา ฟังดูดีกว่าเยอะเลย แล้วคนฟังก็อยากจะเต็มใจทำให้ด้วย ... จบเรื่องเบ็ดเตล็ด 2 เพียงเท่านี้ฮ่ะ