ห้องพัก
มองจากหน้าต่าง เห็นสภาพบ้านเมือง ที่พักอาศัยค่อนข้างแออัด

ฟรีอินเตอร์เนตความเร็วเต่า

มีชุดให้ใส่
เดือนนี้ชั่วโมงบินเกือบถึง 120 เลยทีเดียว (เมื่อก่อนสมัยยังใหม่ๆ เดือนนึงบินแค่ 60 ชั่วโมง) หลังจากไฟลท์ Donald Trump วันนั้นกลับบ้าน ถึงบ้านบ่ายสองเสร็จ ในคืนเดียวกัน ก็ต้องตื่นมาบินไฟลท์เปิดใหม่ ยังไม่เคยบินมาก่อนคือไป กวางเจา ... ความคาดหวังคือคาดว่าจะได้ผู้โดยสารจีนที่น่ารัก ไม่เรื่องมาก แต่สุดท้าย จากการสำรวจผู้โดยสารในไฟลท์คือผู้โดยสารอาราบิคแทบทั้งนั้น ใน Economy Class ก็หาคนจีนได้น้อยมาก แล้วก็นั่งกันเต็มทุกที่ มีสุภาพสตรีแค่ห้าหกคน ส่วนใน business class นั้นทุกคนเป็นอาราบิคหมด แล้วก็ไม่มีสุภาพสตรีเลย สรุปว่าคนจีนไม่มี ที่มีก็คือคนแถบนี้แหละที่ไปทำธุรกิจ และค้าขาย ติดต่อซื้อของจากจีนไปขายซะส่วนมาก ... ลูกเรือ business class ที่เรียกมาไฟลท์นี้สรุปว่าไม่มีใครเคยเทรนคนครัวมาก่อนสักคน แล้วแถมโหลดให้มาแค่ 3 คน คือเดินใน cabin 2 คน คนครัวอีกหนึ่ง ส่วน ผู้ช่วยคนครัวไม่มีให้มา ใครเป็นคนครัวก็เหนื่อยตาย เพราะทำสองหน้าที่ ทั้งเตรียมอุปกรณ์เอย อะไรเอย แถมต้องเพลทอาหาร แล้วยังไม่พอ นักบินไฟลท์นี้มี 3 คนด้วย เพราะไฟลท์ยาว เขาต้องสลับกันบิน ก็คือต้องเสริฟนักบินทีเดียวสามคน สุดยอดมาก และแล้วในห้องบริฟหัวหน้าก็ถาม Laura, Mari และเราว่าใครสามารถทำครัวได้บ้าง สองคนนั้นก็บอกว่าคืออิชั้นปกติไม่ได้บิน pst (Service แบบที่เราบินทุกไฟลท์) บ่อยๆส่วนมากบิน classic สรุปว่าเราคนเดียวที่คุ้นบิน PST มากสุด ก็เลยต้องรับหน้าที่เป็นคนครัวไปโดยปริยาย T_T มั่วแน่คราวนี้ แถมผู้โดยสารก็ 30 คน เพราะเครื่องลำนี้มันจุได้ตั้ง 30 ที่นั่ง ตอนทำงานนี่ มือเป็นระวิง แล้วเรียกอาหารกันทีพวกนี้ก็เรียกทีสามจาน จนต้องบอกว่าช่วยเรียกทีละสองจานได้ป่าวจำไม่ไหว แล้วสองข้างก็แย่งอาหารกันเหลือเกิน ยูเพลทให้ชั้นก่อน ยู ของชั้นได้ยัง โอ๊ย ปวดหัว รู้สึกถึงความรู้สึกไอ้กรีนแล้ว!! แถมบางครั้งกัปตันก็หิวตอนทำ service อีกก็ต้องหาอะไรไปให้กินอีก แง๊วๆ แต่ให้เลือกเราก็ชอบทำครัวมากกว่าเพราะว่าเราไม่ชอบเดินหลายรอบ ชอบอยู่เป็นที่ มีบริเวณเป็นของตัวเองมากกว่า ... ไฟลท์นี้ เหนื่อยมาก - มากที่สุด จนกระทั่งเครื่องแลนด์ที่ กวางเจา

นอนเล่นดูทีวี
:) วันนี้ปลอดเมคอัพค่ะ
room service
เป็ดย่าง หมูหัน หมูแดง เอิ๊กกก
นั่งรถจาก airport ไปโรงแรมไกลพอสมควร จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่เพราะหลับตายไปตลอดทาง ... พอถึงโรงแรมก็พบว่าคนพลุกพล่านมาก จากที่เชคข้อมูลและถามลูกเรือมาเค้าก็บอกว่าโรงแรมเนี้ย หรูสุดแล้ววว ในกวางเจา เราเข้าไปก็เออ มันก็หรูดีนะ แต่ว่าก็ไม่ชอบเพราะคนพลุกพล่านมาก คือคนเยอะจนเหมือนไม่ใช่โรงแรม เหมือนเป็น airport มากกว่า ตรงบริเวณ Reception ก็ใหญ่มาก เหมือนยังกะ counter แบงค์กรุงเทพสำนักงานใหญ่เลย แต่ด้านหลังเป็นสีทองหมด แล้วก็มีพวกร้านเสื้อผ้าและกระเป๋าเนมแบรนด์ในโรงแรมเพียบ มีธนาคารสองแห่งในโรงแรม มีทุกอย่างจริงๆ วันแรกไปถึงเราก็ไม่ออกไปไหนเพราะเหนื่อยมากแล้วก็รอคุยกับคุณชายเพราะว่ากลัวตื่นมาแล้วติดต่อเราไม่ได้แล้วจะเป็นห่วง ... วันแรกหิว เลยสั่ง room service มากิน จานไม่ใหญ่ แต่อร่อยดี เป็นเป็ดย่าง หมูหัน แล้วก็หมูแดง รวมๆกันมา หมูหันอร่อยที่สุดเพราะหนังกรอบมาก หมูแดงก็อร่อย ไม่เหมือนหมูแดงแห้งๆอ่ะ อันนี้นุ่มมาก ส่วนเป็ดที่จีนเราไม่ชอบเพราะไม่ชอบเลาะกระดูกออก กัดไปโดนกระดูกแล้วเจ็บปาก ...
ตราโรงแรม
แจกครบดี
ให้รองเท้าสองคู่
มีเตารีดไร้สายไว้ให้ใช้ในห้อง
เราพักโรงแรมต่างๆมามากตลอด 3 ปีนี้ สายการบินก็มีการเปลี่ยนโรงแรมบ่อยๆ ขึ้นอยู่กับสัญญาและเหตุผลต่างๆ ทุกครั้งที่เข้าห้องไปเราก็จะให้คะแนนโรงแรมต่างๆอยู่ในใจ สิ่งที่ชอบนอกจากจะเป็นการตกแต่งแล้ว เราก็ยังให้คะแนน ของใช้ต่างๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าเป็นสำคัญด้วย สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ทำให้ช่วยยกระดับความพอใจขึ้นมาได้มากทีเดียว อย่างโรงแรมที่แฟรงเฟิร์ตเราไม่มายที่ห้องเล็กแต่ว่าในห้องน้ำนั้นก็ไม่ให้อะไรเลย แม้แต่หมวกอาบน้ำ พวกสบู่แชมพู ก็ให้แบบอยู่ในหลอดใหญ่ที่ติดกับผนัง ไม่ได้ให้เป็นอันเล็กๆ โลชั่นก็ไม่มี ช่างขาดแคลน แต่สังเกตว่าโรงแรมที่แถบ Asia ของพวกนี้จะมีครบไม่ขาด แถมมีเกินด้วยซ้ำไป ... อย่างที่นี่ ในห้องน้ำก็จะมีครบหมด ทั้งแปรงสีฟัน หรือของกระจุกกระจิกทุกอย่าง มีรองเท้าใส่ในห้องให้สองคู่ (เราติดใส่รองเท้าพวกนี้) มีเสื้อคลุมอาบน้ำให้สองแบบคือแบบญี่ปุ่น กับเป็นแบบผ้าขนหนูสีขาว มีเตารีดที่น่ารักมากๆ ทุกคนอยากไปซื้อบ้าง คือเตารีดไร้สาย ให้แขกเอาไว้รีดผ้า มี อแดบเตอร์ไว้เสียบปลั๊ก (ไม่ต้องแบกมาเอง) มี internet ให้ใช้ฟรีในห้อง แต่ว่าแย่หน่อยตรงที่สัญญาณไม่ดีเลย คือเนตช้าแล้วทำให้เรากะคุณชายคุยกันไม่รู้เรื่อง T_T แต่พอถามลูกเรือคนอื่นขากลับเค้าก็บอกว่าห้องเค้าก็ไม่มีปัญหาอะไร โห่ที่แท้ก็เป็นแต่ห้องเรา ซวยจิง ! ... แล้วห้องพักแต่ละชั้นก็จะมี counter ตรงหน้าลิฟท์ มีพนักงานคอยนั่งอยู่ เผื่อแขกต้องการอะไรก็ไม่ต้องเดินลงไปที่ล้อบบี้ ก็ถามเอาตรงนั้นได้เลย ดีจิง...

reception

ร้านผลไม้สุดแสบ
วันที่สอง ที่จะต้องออกตอนห้าโมงเย็น พอเที่ยงเราก็ออกไปหาอะไรกิน หรือซื้ออะไรติดมือกลับไป ก็เลยกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม bank of China ออกมา 300 หยวน เรานั้นก็รู้แล้วว่าถ้าซื้อของพวกเสื้อผ้าหรือของฝาก คนขายอาจจะโกงเราคือบวกราคาแพงๆ เป้าหมายเราเลยแค่ซื้อของกินก็พอ เพราะของกินที่จีนจะต้องถูกมากแน่ๆ ก็ไม่ได้เดินไปห้างใหญ่หน้าโรงแรมแต่เดินออกไปด้านหลังที่มีเซเว่น แล้วก็มีอะไรเล็กๆน้อยๆ ก็เห็นร้านผลไม้ก็เลยเดินเข้าไปเป็นร้านแรก หยิบมาได้แค่กล้วยไข่ แก้วมังกรสามลูก แล้วก็ลูกไหนสี่ลูก คิดเงินมา 97 หยวน (ประมาณเกือบ 500 บาทอ่ะ) เราก็อยากจะแขกหัว หรือเตะก้นตัวเองสักร้อยที คือไม่ได้คิด งง เบลอ ตอนนั้นกดเงินมาสมองก็ไม่ convert ค่าเงินในใจด้วยซ้ำไป ก็หยิบแบงค์ร้อยหยวนจ่ายค่าผลไม้เขาไปแบบนั้น สรุปว่าก็โดนต้มตั้งแต่ร้านแรกเลย บ้าป่าวเนี้ย ผลไม้แค่นี้ ห้าร้อย ฮือๆ แง๊ๆๆๆ ไม่ยอมๆๆ จากนั้นก็ยังไม่รู้ตัว เดินเข้าเซเว่น ซื้อแค่ชาชง แล้วก็นมถั่วเหลือง เดินออกไปร้านขนม ก็รู้ว่ากินแล้วเดี๋ยวคุณชายว่าอีก เลยเดินออกไปแล้วกลับโรงแรม พอกลับไปถามพนักงานว่าค่าเงินนี่เท่าไหร่นะเทียบกะดอลล่าห์ พอรู้ก็ กรี๊ดด ผล ละ ม้ายยย แพงงงงงง ... เอานะ จำไว้เป็นบทเรียน พอเล่าให้ลูกเรือบนไฟลท์ฟังก็บอกว่า ขำ แต่ก็ซวยไม่เท่ากับ Laura ที่แลกเงินจาก counter ที่โรงแรมแล้วได้แบงค์ปลอมมา 200 หยวน ไม่รู้เลยจนกระทั่งออกไปซื้อของข้างนอกแล้วที่ร้านเค้าไม่รับ จนต้องกลับมาโวยที่โรงแรม แต่สุดท้ายพนักงานก็ไม่ยอมรับ ไม่เชื่อ หาว่าไปแลกข้างนอก ไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น สุดท้ายแบงค์ปลอมก็ยังอยู่ในกระเป๋าของเจ๊ ... ไว้ใจอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ต้องรอบคอบมากๆแม้แต่คนในโรงแรมก็เหอะ !
ขากลับ มีปัญหาอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ document ทำให้ไฟลท์ดีเลย์ on ground ในเครื่องด้วย 3 ชั่วโมง ผู้โดยสารบ่นกันจมเลย แถมไฟลท์ก็เต็มเหมือนเดิม เฮ้อออ สุดยอดดดดด กลับถึงบ้านเหนื่อยแทบขาดใจ สุดท้ายที่จะไป Munich ก็ตามรางเปลี่ยน ได้มา London Gatwick แบบตอนนี้แล ... สรุปว่าตอนนี้ก็นอนพังพาบ พักผ่อนที่ London ไม่ได้ออกจากห้องมาแต่เมื่อวานแล้ว แล้วก็ไม่ได้ต่อเนต เปิดดูหนังแผ่นเรื่อง Saw 4 ที่น้องนทบังคับให้เอามาดู เปิดไปตอนแรกที่มีคนโดนเย็บปาก กับโดนเย็บตาแค่นี้ก็ปิดแล้วไม่ดูแล้วเพราะดูแล้วก็เครียด คิดมาก ฝันร้าย ถ้าดูต้องมีคนแชร์ความเครียดด้วย เพราะงั้นกลับไปจะเอาให้มาศหรือเหมียวดูด้วย จะได้ไม่เครียด หุหุ รอก่อนนะเพื่อน
ลอนดอน แกทวิค ... นอนทั้งวันเลย
...