จริงๆแล้ว เราก็โชคดีเหมือนกันแฮะที่ได้มีวันหยุดตั้งแต่วันที่ 16-19 คือหยุดในตารางเกือบสี่วัน แต่วันที่สี่เนี่ยต้องไปบินตอนเกือบเที่ยงคืน ยังไงก็ได้นอนบ้านตั้งสองคืนแน่ะ ไม่ได้แบบนี้มาหลายเดือนแล้ว และดีตรงที่ตรงกับวันหยุดเข้าพรรษาด้วย ที่บ้านก็อบอุ่นไปด้วยพ่อ แม่ น้องนท คุณยาย แล้วก็พี่ตั๊กเป็นลูกพี่ลูกน้องกันมาหาคุณยายด้วย ... ไม่ได้จับไฟลท์กลางคืนวันที่ 15 ไปจับเอาไฟลท์วันที่ 16 ตอนเช้าแปดโมง ที่นั่งเต็มหมดเลย จนต้องเขียนขอ jump seat มีแต่เรานี่แหละที่ไปยืน อาจจะเพราะคนไม่กล้ากลับกันหรือเปล่าเพราะข่าวลือว่าที่นั่งเต็มหนาหูมาก แถมยังหนาหูอีกว่าขากลับน่ะก็เต็มนะ ใครมีก็อย่ากลับเลย แต่พอดีเรากล้ากลับเพราะตั้งแต่ซื้อตั๋วจ่าย 10% มา เคยตกไฟลท์แค่ครั้งเดียวเองที่กรุงเทพ แล้วตอนนั้นก็ไม่ได้มีผลอะไรไม่ได้โดนลงโทษด้วยเลยกล้าที่จะกลับ ... ยืนรอตั้งนาน สักพักก็ถามกราวสตาฟที่โดฮาว่า เอิ่มยู เดี๋ยวชั้นกลับมาได้ไหมอ่ะ "ทำไมอ่ะยูจะไปไหน เนี่ยเดี่ยวก็รู้แล้วว่าจะได้หรือไม่ได้" คือ จะไปห้องน้ำอ่ะ "กลั้นไว้ยู โฮลด์ไว้ก่อน" -_-'' แถมเห็นเราใส่สร้อยเป็นตัวหนังสือสีแดงว่า Super (พอดีตรงปลายมันจะมีดาวห้อยอยู่แต่ตอนนี้ดาวมันหักหายไปแล้ว จริงๆสร้อยอันนี้อ่านว่า Super Star) ก็ถามกันแก้เครียด "ยู super อ่ะไรน่ะ" เราก็ตอบแบบมั่นใจมากเลย อืม ก็super star ไง เป็นตัวแทนชั้นเองอ่ะ -_- ตอบไปได้นะเราไม่อายเล้ย
สักพัก กราวสตาฟตะโกนเรียก " Super star.. u got the seat!!"
เย้เย้เย้ย ได้แล้ว ได้แล้วโชคดีจังวุ้ยยย ได้ที่นั่งแถวทางเดินด้วย ดีตอนฉี่จะได้ลุกง่าย
... เจ็ดชั่วโมงอันยาวนาน ดูหนังไปสามเรื่อง คนข้างๆเป็นสามหนุ่ม หนุ่มคนข้างๆลุกไปฉี่บ่อยมากเลย แต่ก็ไม่ว่ากันเพราะเราเองถ้านั่งด้านในก็คงลำบากในการลุกฉี่เป็นแน่แท้ ตลอดไฟลท์ก็น้ำลายบูดไม่ได้คุยกับใคร หนังที่ดูก็มีเรื่องนึงตลกดี ชอบด้วย เรื่อง Run Fatboy Run เป็นเรื่องในอังกฤษ กับคนที่ไม่เอาไหนทำอะไรก็ไม่สำเร็จ แค่จะวิ่งยังไม่สำเร็จเลย (เหมือนเราเลย ที่จะลดความอ้วนแต่ก็ไม่เคยได้) ดูแล้วก็อยากออกวิ่งเหมือนกันแฮะ จากนั้นก็ดูเรื่อง 27 dresses ก็สนุกดีแต่หลับไปช่วงสำคัญ ตื่นมาอีกทีนางเอกกับพระเอกก็เข้างานวิวาห์ซะแล้ว แล้วก็เรื่อง Garfield ดูรอบสองเพราะชอบหมาน้อยในเรื่อง น่ารักดี พอเครื่องแลนด์ดีใจมากๆเลย ไม่ได้ซื้อตั๋วกลับบ้านนานแล้ว รีบเอาซิม happy มาใส่ปุ๊บเลย พอเปิดเครื่องปั๊บแม่โทรมาทันที บอกว่าพ่อมารอรับแล้วนะ ติดต่อพ่อด้วย ส่วนแม่เป็นแผนก operator ประสานงานอยู่บ้าน แม่เป็น operator ให้ทุกคนเสมอแหละ
... พ่อบอกว่ารออยู่ชั้นสาม หน้าร้านบูทส์ แต่เราออกมาชั้นสอง เราก็เลยขึ้นไปหนึ่งชั้น ก็ไปหน้าร้านบูทส์ก็ไม่เจอพ่อเลย พ่อก็บอกว่าแกอยู่ไหนเนี่ย เราก็หาพ่อไม่เจอ เลยถามเค้าว่าบูสท์เนี่ยมี่กี่ร้านคะ เขาก็บอกว่ามีที่ชั้น 2 3 4 เลยค่ะ ตายล่ะพ่ออยู่ไหนเนี่ย เลยเดินลากลากลากกระเป๋าหนึ่งใบที่หนักเกือบ 25 กิโล เป็นซัพวูฟเฟอร์ขนมาให้น้องนท สรุปลงลากลงบันไดเลื่อนไปชั้น 2 นั่นไงพ่อ ว่าแล้วววว พ่ออยู่ชั้นสองแต่ประตูทางออกหมายเลข 3 นั่นเอง วันนั้นฝนตกรถติดมาก 2 ชั่วโมงกว่า กว่าจะถึงบ้าน ติดบนทางด่วนแบบสุดยอดดด ถึงบ้านสองพ่อลูกซัดข้าวต้มโฮกๆๆๆ หมดหม้อเกลี้ยงเลย

อยู่บ้านของแท้ต้องมีอ่างน้ำเล็กอันนี้ ...
มาไทยคราวนี้ไม่ได้เจอเพื่อนคนไหนเลยเพราะใกล้พักร้อนแล้วคิดว่าไปตอนนั้นสะดวกกว่าประกอบกับวันที่ว่างก็มีแค่วันที่ 17 เท่านั้น ส่วน 16 ถึงบ้านก็ค่ำแล้ว 18 ก็กินข้าวกับที่บ้านแล้วเตรียมตัวกลับ
เรื่องของน้องนท
กลับไทยคราวนี้ได้ใช้เวลาอยู่กับน้องมากที่สุดเลย ตั้งแต่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ต่างกับสมัยอยู่แบงค์มากมายนัก ยิ่งตอนเริ่มทำ pst ก็มีเงินให้น้องทุกครั้งที่เจอ หรือน้องอยากได้อะไรก็สามารถที่จะซื้อให้ได้หากไม่ได้พวกอะไรที่แพงเวอร์นัก ทั้งที่ตะก่อนไม่เคย ก็เป็นความสุขเล็กๆอย่างนึงของคนเป็นพี่ น้องนทนั้นอย่างที่บอกจะไหว้สวยมากเวลาให้เงินและจะกอดพี่ แต่ตอนไหนไม่ให้ก็จะเริ่มมือไม้แข็ง คราวนี้วันที่ 17 นัดคุณหมอฟันเอาไว้บ่ายสี่ น้องนทเลยบอกพานทไปแถวสยามด้วย เพราะติดใจคราวก่อน ที่พาไปแล้วจะซื้ออะไรมีคนซื้อให้ กินไรก็มีคนเลี้ยง เดินทางสะดวก วันที่ 17 ปกตินทตื่นบ่าย วันนั้นเก้าโมงเห็นลุกมาอาบน้ำละ ... ไปดูร้านขายแผ่นเกมส์หรือซีดีไม่รู้ ที่ MBK แต่ร้านยังปิดเลยเดินไปพารากอน ร้านหนังสือ นทคว้าหนังสือที่ชอบ บอกเนี่ยเอาเลยหามานาน จากนั้นไปร้านซีดี ซื้อซีดีที่นทชอบอีกแผ่น นทไม่ชอบซื้อแผ่นเพลงของปลอมเคยถามเหตุผลแล้วประมาณว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ยิ่งศิลปินที่่ชอบเนี่ยจะไม่เลย อืมต่างกะพี่เลยนะ ไม่ปลอมไม่ซื้อ ...

หุ่นเชิด หนุมานมีหลายมือ ที่พารากอน

วันนั้นพารากอนมีโชว์ศิลปะ

เงาในภาพคือเงาเรากะน้องนทค่ะ น้องนทหัวฟู

อันนี้เค้าว่าเป็นความคิดข้างในของคน

ดูไกลๆ

ใกล้ๆมีรายละเอียด
...
จากนั้นก็กินไอติมกัน แล้วก็ไปกินข้าว ระหว่างผะอืดผะอมกับสุกี้ญี่ปุ่น(ลองสั่งมาแล้วแหวะๆไม่ชอบอ่ะ) พ่อก็โทรมาบอกว่า ไปร้าน i-studio ซิ ไปซื้อ cover พลาสติกกันกระแทกให้น้องหน่อย มันจะมีขายอ่ะ อันละพันเก้า -_-''' ให้น้องใช้ไปแบบนี้เดี๋ยวเป็นรอยหมด จากนั้นก็เอาวะ เดินไปร้าน i-studio หยิบมาดูอันที่ใส่ macbook เป็นกรอบพลาสติกใสๆธรรมดาจิง แค่เนี้ยจะสองพัน โห่ววว พวกใช้แมคเนี่ย กระจุกกระจิกเสียเงินเยอะจริง เราสิ pc มีไวรัส แต่ถูก ตามสไตล์เรา ... สรุปก็หมดเวลาละต้องไปหาหมอฟัน สรุปเราไม่ได้ซื้อไรเลยจริงๆ พอผ่านพวกเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง นทก็ลากออก ประมาณว่า ไม่อยากดูเว้ยน่าเบื่อ เรานี่ไม่ได้มีโอกาสแว้บดูอะไรเลยสักอย่าง

น้องนทกิน

เรากิน
...
ไปหาคุณหมอปาริชาติมาคราวนี้ รื้อฟันที่อุดราคาเจ็ดพันบาทจากโดฮาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเริ่มรักษารากฟันซี่นั้น ครั้งที่หนึ่ง ไม่แพงดี หมดไปหนึ่งพันห้าร้อยกว่าบาท และซื้อ tooth smooth มาด้วยหมอแนะนำมา หลอดนึงตกแปดร้อยบาท ของญี่ปุ่น รสวนิลา เป็นตัวดึงแคลเซียมอะไรสักอย่าง คือเอาไว้ป้ายฟันเวลาไหนก็ได้ เพราะเวลากินอะไรไปแล้วไม่ได้แปรงฟันอยู่บนเครื่องก็ทำให้ฟันผุได้ เราป้ายไอ้ครีมนี่แทน อร่อยด้วย เผลอกินไปก็มี จะช่วยไม่ให้ฟันผุ ตอนนี้เห่อ ป้ายบ่อยกลัวจะหมดเร็วแฮะ ...
วันสุดท้ายที่บ้านได้ออกไปทานข้าวกันพร้อมหน้า ร้านอาหารชานเมืองแถวบ้านเรา อร่อยดี มังสวิรัสแตกไปแล้ว เนื่องจากกินไส้ทอด คอหมูย่าง และไก่ย่าง แต่กลับมานี่ก็จะพยายามกินต่อ เพราะกินแล้วสบายตัวดีแถมผิวหน้าดีขึ้น แต่น้ำหนักไม่คุมก็ขึ้นเหมือนกันแฮะเพราะกินแป้งมากและพวกนมเนยด้วย ... แต่ผิวหน้าก็ดีขึ้นจริงๆนา หรือเพราะเราเปลี่ยนไปใช้ ออยออฟโอเลย์เนี่ย เคยใช้ตอนนานมาแล้วแต่ตอนนั้นพอใช้แล้วสิวขึ้นเลย แต่สังเกตุว่าใครไม่แก่ใช้ไม่ได้นะออยออฟโอเลย์ พอพักหลังเราเริ่มแก่ หน้าไม่ชุ่มชื่น หน้าลอกและแห้งมากก็เลยถึงแก่เวลาที่จะใช้ออยออฟโอเลย์ โปะๆไปหน้าก็เด้งขึ้นมา เช่นเดียวกับรุ่นพี่หลายคนที่ใช้ครีมนี้ เหอๆ ประหยัดดีด้วยแฮะ ลาก่อนครีมแพงทั้งหลาย
วันนี้เราเพ้อเจ้อมากจริงๆนะ สรุปเขียนมามากก็เขียนไม่จบ ไม่ได้ประโยคจบตามแบบฉบับคลาสสิคตามที่เรียนวิชาภาษาไทยเลย จะจบก็จบเอาดื้อๆแบบนี้ เอาเป็นว่าถึงห้องนอนที่โดฮาโดยสวัสดิภาพ และเพื่อนฝูงก็ไปบินไหนกันก็ไม่รู้ ไฟลท์ที่นั่งกลับมาก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ไฟลท์เต็มแบบพอดีพอดี มีที่ว่างสามสี่ที่ ให้เราได้แทรกกายแฝงตัวไปกับผู้โดยสาร ได้กลับมาทำงานอย่างปลอดภัยไร้กังวล

ก่อนจบแถมภาพหมาลักกี้ มุมเดิมแต่หมาโทรมลง รั้วสีซีดลงนะ

มีใครชอบเพลงนี้บ้างมั้ยคะ?
วันก่อนดูคอนเสิร์ตที่เอมี่เล่นที่กลาสตอนเบอรี่ ทำผมเก๋ดีมีร่มสีๆอันเล็กเหมือนในคอกเทลปักหัวด้วย แล้ววันนี้เดินผ่าน duty free ที่สนามบินสุวรรณภูมิสังเกตุสิว่าทรงผมของชาแนลตอนนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากใครล่ะถ้าไม่ใช่ Amy Winehouse
...