edit : เนื่องในโอกาสวันแม่
พอดีเครื่องมาแลนด์ที่เจนีวาแล้วนึกขึ้นได้ว่าวันแม่ ตอนแรกก็เกือบลืมไปแล้วจนได้รับคอมเม้นในไดอารี่หน้างานวัดเจนีวาเนี้ยแหละค่ะ ขอบคุณมากเลยค่ะที่เตือนมา มาถึงก็เลยรีบโทรไปหาแม่แต่ก็ติดต่อไม่ได้เพราะแม่ไปต่างจังหวัด พาคุณยายไปบ้านน้าณี ก็เลยไม่ได้คุยกัน เราเลยโทรหาน้องให้อวยพรแม่แทนหน่อย พอเจอน้องนทอีกที น้องนทก็บอกว่าแม่ให้เชคเมลด้วย พอเชคเมลก็พบว่าแม่เมลมาบอกว่าพอดีไม่ได้รับโทรศัพท์แต่ก็ไม่เป็นไร แล้วก็อวยพรเนื่องในโอกาสวันแม่ด้วย รักแม่นะ
พรุ่งนี้จะกลับโดฮาแล้วค่ะ มีรูปติดค้างเหลือนิดหน่อยจากเจนีวา งงว่าหลงเหลือได้อย่างไร

ถ้าได้ตุ๊กตาหมีคงเอากลับไม่ได้

ดูริมน้ำสงบๆบ้าง

เรือจอดอยู่มากมาย

บริการรถไฟปู้นๆ

ร้านไอติม

ถ่ายตรงม้าหมุนค่ะ

นาฬิกากุ๊กกู แต่ละอันแพงจังเลย แต่น่ารักดีนะ

เมื่อวานนี้ ณ เมืองเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์
เมื่อวานนี้อยู่ที่เจนีวาค่ะ ตอนใกล้จะแลนด์ ทัศนียภาพภายนอกสวยงามมากเลย ยิ่งลงต่ำยิ่งใกล้เทือกเขาแอลป์ ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติของฝรั่งเศษและสวิส มองออกไปนอกหน้าต่าง มีอยู่ช่วงนึงระดับความสูงของเครื่องบินต่ำกว่าเทือกเขาซะอีก ก็เลยแอบแชะๆมาได้สักรูปสองรูป ตอนแรกกะไม่ได้ออกไปไหนแล้ว แต่ก่อนไปบินชาร์จพลังมามากจนลงไปแล้วก็ไม่สะเทือน ยังสามารถสู้ต่อได้อีก เลยรีบออกไปแต่หัววันดีกว่า ... น่าเสียดายที่วันนั้นวันที่เราไปเป็นวันสุดท้ายของ Festival เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่อลังการ ณ บริเวณ ชายแดนประเทศสวิส กับฝรั่งเศษ มีการจุดพลุปุ้งปั้งเป็นชั่วโมง ซึ่งเริ่มตั้งแต่สี่ทุ่ม แล้วงานก็เริ่มตอนค่ำๆ แต่เราไม่ได้เอาเสื้อผ้าแบบใส่แล้วไม่หนาวมา ก็เลยออกไปกลางวันดีกว่า แถมไม่อยากออกไปกลางคืนด้วย (ทั้งที่โรงแรมมีบริการรถไปที่งาน ใช้เวลาเดินทางแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นเองนะ จ่ายแค่สิบฟรังเอง) สรุปก็ออกไปคนเดียวมันนั่นแหละ ไปเจนีวาเป็นครั้งที่สี่แต่เป็นครั้งแรกที่เข้าเมืองนะเออ

เปลี่ยนชุดออกเลยหน้าก็ไม่ล้าง น้ำก็ไม่อาบ

บ้านเมืองเค้าก็สวยดีนะ

การเข้าเมืองที่เจนีวา ต่างกับซูริคนิดหน่อยแม้คนจะบอกว่ามันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ รู้สึกว่าเจนีวาถึงแม้จะมีทะเลสาบเหมือนกัน แต่ก็พบว่าเมืองมีความวุ่นวายมากกว่า ที่ซูริคก็ใช้ภาษาเยอรมันส่วนที่นี่ก็ใช้ฝรั่งเศษ ผู้คนก็ออกจะมีลักษณะนิสัยค่อนไปทางภาษาที่พูด คนที่นี่ก็มีคนฝรั่งเศษซะมากที่เข้ามาอยู่ เพราะการข้ามเขตแดนประเทศนั้นง่ายสุดๆ แค่ขับรถผ่านเขตชายแดนตรงภูเขามาก็ได้แล้ว การเดินทางก็สะดวกดีเพราะโรงแรมออกตั๋วบัตรเดินทางให้ฟรีหนึ่งใบ ไม่ว่าจะบัส แทรม หรือรถไฟก็ได้ ก็จากโรงแรมเดินไปขึ้นรถบัสบเบอร์ 5 สักพักก็ถึงตัวเมือง คนอาหรับเต็มเมืองเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้ไปยุโรปที่ไหนก็เห็นแต่คนอาหรับเดินช้อบกันให้ว่อน เฮ้อ เงินเหลือกันเยอะจริงๆ

โรงแรมแอลป์

ถ้ามีจักรยานสักคันคงเที่ยวสนุกกว่านี้นะ

???

...
ตอนที่ออกไปก็บ่ายสี่แล้วแต่อากาศก็ยังร้อนมากแดดเปรี้ยงๆ แถมไม่ได้เอาซันบลอคไปอีก ... สู้แดดอยู่ชั่งโมงสองชั่วโมงก็ไม่ไหวแล้ว ... ตอนที่ไปถึง ริมเลค เริ่มมีการเตรียมงานสำหรับตอนกลางคืน พอไปเห็นก็บอกตัวเองเลย "นี่มันงานวัดเลยนี่หว่า" เหมือนมากๆ มีชิงช้าสวรรค์ด้วย แล้วก็มีพวกซุ้มขายอาหาร มองไปก็คนไทยเพียบ มีร้านอาหารไทยริมทางด้วย พวกข้าวราดแกง แต่ตกแต่งซุ้มเหมือนจีน มีโคมแดงๆ คงเพื่อดึงดูดลูกค้าว่า เออ อาหารเอเชียอยู่ตรงโน้นนะ อะไรแบบนี้ แต่ที่เราไม่พลาดเลยก็คือ icecream โดยเฉพาะที่นี่ ต้องกินให้ได้ ก่อนกลับก็เลยกินไอติมอยู่ริมทะเลสาบ แต่ไอติมละลายเร๊วเร็ว จริงๆกินไอติมหน้าหนาวมากๆ อร่อยกว่านะเพราะไอติมจะละลายช้ากว่า ...

แดดแรงสุดๆ

ถังขยะนะอุตส่าห์ถ่ายมา
... อันข้างล่างนี่เป็นเครื่องเล่นให้พวกบรรดาหนูน้อย เด้งดึ๋งกัน ถ้าเป็นเราตอนเด็กไม่กล้าแน่ๆอ่ะ ถ้าตอนเด็กๆไปพวกเครื่องเล่นจะไม่กล้าเลย กะมีนที่เป็นญาติกัน มีนจะเล่นทุกอย่างแต่เราจะขี้กลัว ก็ไปยืนดูลูกชาวบ้านเค้าเล่นกัน เหงาเหมือนกันนะไปคนเดียวเนี่ย แต่ไปดูเด็กเล่นก็ขำดี ยิ้มๆอยู่คนเดียว โดยเฉพาะน้องคนนี้ แกว่งแรงที่สุดเลย มีช้อตนึงน้องเค้าเสื้อเปิดเห็นพุงกระจายเลย น่ารักดีเลยถ่ายรูปมาอ่ะ

ช้อตเด็ด

หนูน้อยอีกคน

อันนี้โชว์พุง ...
... นอกจากนั้นก็มีเครื่องเล่นอย่างอื่นอีก เหมือนพวกแดนเนรมิตร
ไปยืนดูคนกรี๊ดแต่ไม่กล้าขึ้นไปเอง

...

น่ากลัวอ่ะ เหวี่่ยงสูงนะเนี่ย

อันนี้ไม่ได้กลับภาพนะ มันเหวี่ยงรอบทิศจริงๆอ่ะ

นึกถึงตอนสมัยเด็กๆนะ
...

ห้องควบคุมเครื่องเล่นปลอมๆ

อยากเล่นม้าหมุนมากก แต่มันเล็กไป

น้องคนนี้น่ารัก

ลูกโป่งสวรรค์เต็มเลย
...
ก่อนกลับก็มองป้ายที่ชี้ไปทาง Mont-Blanc และ Chamonix ที่มีคนเคยไปไต่เขามา แต่หิมะขนาดนั้นเราคงไม่ไหว ปีนเขาเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน ขากลับก็เดินจะไปขึ้นบัสแต่งงๆที่ขึ้นเพราะขาลงลงตรงนั้นแต่ขากลับไม่รู้จะขึ้นตรงไหน จะไปขึ้นรถไฟก็ไม่แน่ใจว่าบัตรมันได้หรือเปล่า ยืนอ่านการ์ดเดินทางอยู่ก็มีคนใจดีเข้ามาบอกว่า ยูอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการ์ดนั่นไหม ถามได้นะเพราะเคยทำงานโรงแรม แล้วเขาก็อธิบายมาว่าเราสามารถกลับยังไงได้บ้าง เราก็เลยถามว่าขึ้นบัสตรงไหนละกันค่ะ เขาก็บอกทางให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน อื้มใจดีจริงๆ รอรถได้สักสิบนาทีรถก็มา สะดวกดีจัง ...

น่าไปน้ออ

ไอติมอร่อยมากเลย ห้า Chf.

ง่ำๆ ไปหนึ่งคำ

ดอกไม้สวย

แก้มป่อง

ชี้ไปทางภูเขา
...
ถึงเพื่อนๆและญาติๆ
มีน ไหนอ่ะมีนกระทู้ที่จีบันพี่หาไม่เจอ โพสให้หน่อยกระทู้มันดันเร็วมาก
เจเจ วันนี้สรุปว่ายังไม่ได้ไปอ่ะ เพราะว่าฝนตกกว่าจะหยุดเย็นนี้ต้องออกห้าโมง เอาไว้คราวหน้าจะไปให้นะ มีอีกแน่นอน เดือนนี้ยังไม่มีกลับไทยด้วย เดือนหน้าน่าจะมีนะ ไปถามเพื่อนมาคราวนี้รู้แหล่งละว่าต้องไปซื้อที่ไหน มีอยู่สองสามห้างแหละ ว่าไปแล้วนาฬิกา Toy Watch ก็สวยดีนะ คือสรุปเราดูรวมๆแล้ว มันออกแบบรูปแบบเหมือนพวกนาฬิกาแพงๆเช่น Rolex แต่วัสดุแบบวัยรุ่น เช่นพลาสติกหรือเพชรปลอมอ่ะ แต่ก็น่ารักดี มีหลายอันเลยที่ชอบ (เผลอๆซื้อเองด้วยอ่ะ)
สองสาว Al Saad ยังมีชีวิตกันอยู่หรือไม่คะ?