Doha,Qatar
ในที่สุดก็กลับมาถึงเมืองทะเลทรายแล้ว ณ อุณหูมิตอนแลนด์ เวลาเที่ยงคืนเมื่อวาน 36 องศาเซลเซียส อื้ม เหมือนไม่ค่อยร้อนเลยเนอะแต่อย่าลืมน้ะว่ามันเที่ยงคืนอ่ะ วันนี้กลางวันไม่ต้องพูดว่าร้อนขนาดไหน เปิดแอร์ไม่ได้เลย ปิดไปสองนาที หายใจไม่ออกซะแล้วเพราะอึดอัด ...

bye bye BKK
...ก่อนจะเข้าเรื่องไหน ขอเข้าเรื่องความกลุ้มใจหน่อยค่ะ เนื่องจาก เราเนี่ยเป็นบุคคลประเภท เกลียดเทคโนโลยีมาก (เพราะใช้ไม่เป็น) แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้มัน เช่นคนเราก็จำเป็นจะต้องใช้โทรศัพท์มือถือ ต่อเนต เอาไว้ติดต่อกับคนอื่น แต่ถ้ามีปัญหาหรืออะไรขึ้นมาล่ะก็ เราเนี่ยจะลำบาก อย่างมือถือ ตั้งแต่มาอยู่โดฮา สามปี ยังไม่เคยเปลี่ยนโทรศัพท์เลย แม้แต่ ริงโทน ก็ใช้มาสองปีแล้ว เพลงเดิม เชยแล้วเชยอีก เนื่องจาก เปลี่ยนเองไม่เป็น ต้องให้เพื่อนทำให้ ส่งบลูทูชก็ไม่เป็นแต่
เรื่องของเรื่องคือ เจ้าแลปท๊อปตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมาไม่นานมานี้เอง เป็น window vista ตอนนี้เกิดปัญหาโลกแตก เนื่องจาก กลับไทยมาซื้อหนังแผ่นมาดูเพียบไว้ตอนไปบิน วันนี้จะลองดู แต่ปรากฎว่าเปิดใส่แผ่นไม่ได้ กดยังไงก็ไม่ออกมา ก็เลยจะไปเปิดจากวิธีกดที่ drive ของมันจาก my computure แล้ว eject ออกมาโดยการคลิกขวา แต่ ... ตกใจมาก ทำไมตอนนี้เครื่องเรา ไม่มี CD Drive ... ไม่ทราบว่าอธิบายถูกหรือเปล่านะคะแต่ว่า ใน my computer มันไม่มีไดรฟ์ที่ว่าซะแล้วอ้ะ ทีนี้พอจะเปิดจะใส่แผ่นยังไง เครื่องมันก็ไม่ยอมอ่าน ไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งนั้น อ้าวแล้วมันหายไปได้ยังไง .... เลยแก้ปัญหาตามวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยการลองสแกนไวรัสดุ เผื่อจะมีไวรัสชนิดกวนโอ๊ยแบบนี้ออกมา แต่สแกนแล้ว โปรแกรมก็บอกว่า ไม่มีไวรัส ณ เวลานี้ เง้อ แล้วมันเกิดจากอะไร จำได้ว่าดูหนังคราวก่อนที่เจนีวาเรื่อง Host หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดูอีกเลย สักครี่งเดือนได้ ทำไงดีล่ะเนี่ย แล้วดิชั้นต้องลงวินโดว์ใหม่รึเปล่านะ
มีใครเก่งๆคอม ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ฮือๆ T_T

me& kung ทำไมถ่ายออกมาแล้วเมคอัพมันตลกแบบนี้นะ

me& poom
...
มาต่อกันที่เรื่องไฟลท์ขากลับกันดีกว่าค่ะ ขากลับแม่ไปส่งที่สนามบิน เพื่อช่วยลุ้นกับตั๋วไอดีว่าจะได้ที่นั่งหรือเปล่า ซึ่งกรุงเทพ ยังไงก็เต็ม แต่ยังไงเราก็ลุ้นและได้ที่นั่งเสมอ เคยตกเครื่องครั้งสองครั้งถือว่ายังโชคดี สรุปว่าก็ได้ที่นั่งแหละค่ะ ซึ่งชีวิตนี้จะไม่ขออะไรอีกแล้ว แต่ปรากฎว่าก็มีเรื่องให้หงุดหงิดรำคาญใจจนได้เนื่องจาก ไฟลท์เต็มแน่น แล้วคนที่นั่งข้างเรา ซึ่งตอนแรกทำตัวดีดี ตอนหลังทำให้เราสะกัดอารมณ์ไม่อยู่
วัยรุ่นอายุประมาณ 24-26 ปี เพศชาย เชื้อชาติ ไม่แน่ใจ แต่เป็นอาราบิค มากับเพื่อนอีกสองคน คือแถวกลางพวกเค้าสามคน ส่วนเราคนเดียวอ้ะ เซอร์วิสแรกผ่านไปก็ยังไม่มีอะไร พอกินข้าวเสร็จเตรียมจะนอนเท่านั้นเอง มาสะกิดเรา
are you Thai?
yes.
can u speak English?
Of course !!
R u from Pattaya???
"$$^&)^&*())(.."
มองโลกในแง่ดี เขารู้จักพัทยาเลยอยากคุยเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว
มองโลกในแง่ร้าย เขามองเราเป็นแบบนั้น ...
(อุตส่าห์แต่งตัวรัดกุมและไม่ก่อให้เกิดความสับสนแล้วนะ กางเกงสีเขียว ตอนอยู่บนเครื่องก็เอาเสื้อฮู้ดมาใส่คลุมหน้าคลุมตาสุดริด)
แล้วทำไมต้องพัทยา? ทำไมไม่ถามว่ามาจากกรุงเทพหรือเปล่า?
จากนั้นระหว่างการหลับไปได้ครึ่งชั่วโมง อีตาคนเดิม ก็เอาหัวมาพิงเกือบจะโดนไหล่เราแล้ว เราตกใจมาก คือพวกนี้ไม่อยากให้มาโดนตัว ขาเขอก็ล้ำเส้น จะมาโดนขาเรา เราก็ลุกขึ้นมานั่งและเปิดไฟอ่านหนังสือ จากนั้น เจ้าตัวก็รู้ตัวทำเป็นสะลึมสะลือตื่นมาแล้วยังจะมาถามว่า ขอพิงหน่อยได้ไหม? โหย คิดได้ยังไง เราเลยตอบไปแบบโมโหว่า ถ้าจะพิง กรุณาพิงอีกฝั่ง ที่เพื่อนยูนั่งโน่นไม่ต้องมาพิงฝั่งนี้ จากนั้น หัวก็ค่อยๆขยับกลับไปแต่ก็หันหน้ามาทางนี้อยู่ดี หยะแหยงมาก เราหลับไม่เป็นสุขเลย บางทีก็ยกเท้ามาฝัั่งเราและมีการล้ำเส้นตลอด เราต้องคอยเอาหมอนกันไว้ไม่ให้โดนตัว

มาถึงโดฮาก็รู้สึกแปลกๆ บรรยากาศและหลายๆอย่างทำให้เศร้าใจ อากาศตอนนี้ พอเปิดแอร์แล้วมันก็ยังชื้นๆ เดี๋ยวนี้ทำไมมันชื้นแบบนี้ ทั้งร้อนและชื้น พอชื้นเราก็จะรู้สึกเหมือนอารมณ์ฝนตก ซึ่งเราเกลียด การฝนตก เพราะมันฝังใจ ไม่ใช่เหมือนมิวสิควีดีโอ แต่อารมณ์คนเราก็เป็นไปตามดินฟ้าอากาศเหมือนกัน พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานแล้วแต่เช้ามืด เริ่มต้นชีวิตการทำงานอีกเดือน สู้ต่อไป
การพบปะเพื่อน
ลืมเล่าไปว่าตอนพักร้อน ใช้เวลาพบปะเพื่อนแค่เย็นวันหนึ่งเท่านั้นเอง เพื่อนที่นัดคราวนี้ก็คือกลุ่มเพื่อนที่เตรียม สมัยเรียน เรามีกลุ่มไปกินข้าวและทำกิจกรรมกันอย่างชัดเจนคือมีห้าคน ปุ๋ม ลลิล หญิง กุง แล้วก็เรา เป็นกลุ่มตอนมอหก (หวานก็เป็นเพื่อนสนิทแต่ว่าไม่ได้อยู่ถึงมอหก คนละกลุ่มกะพวกนี้) พอจบมอหกไปทุกคนก็ไปเข้าคณะบัญชีทุกคนโดย หญิง ลลิล ปุ๋มไปอยู่บัญชี จุฬา ส่วนเรากะกุงไปอยู่บัญชี มธ แต่ก็มีการติดต่อกันอยู่เสมอๆ จนกระทั่งตอนนี้ สี่ปีผ่านไปหลังการทำงานก็เห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านชีวภาพของเพื่อนๆ มีแค่ลลิล กะเราที่ไม่ได้ทำออดิท ส่วนปุ๋มตอนนี้ไม่ไหวจะลาออกแล้วเพราะว่างานหนัก กลับบ้านเกือบเช้าติดต่อกันหลายวัน สุดๆเลยเพื่อน
กุงกะลลิลโทรศัพท์เพื่อนัด เลือกร้านอาหาร
กุง " เฮ้ยลลิลนัดที่ไหนดีวะ"
ลลิล "อยากเอาอะไรที่มันแปลกใหม่"
สรุปมันนัดกันที่ร้าน New Light มันแปลกใหม่ตรงไหนคะเพื่อนนน ดูจากหน้าคุณป้าที่นั่งเคาเตอร์แคชเชียร์แล้ว คาดว่าทำงานมาไม่ตำกว่าสี่สิบห้าปี ร้านนี้โคดจะเก่าเลย แต่อาหารก็อร่อยอยู่เสมอนะ จำได้ว่าก่อนเราไปอยู่โดฮา ก็เคยมานัดกินกันที่นี่ด้วย สะดวก อร่อย และไม่แพง
สุดท้ายนี้
จะดูหนังอ้ะะะ ฮือๆ คอมมมเป็นอะไรเนี่ยย